วันอาทิตย์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2562

รวมวิธีการใช้บัตรเครดิตอย่างถูกต้อง เพื่อไม่ให้เป็นหนี้บัตรเครดิต


สำหรับใครก็อยู่ในช่วงของวัยทำงานนั้นสิ่งที่ควรคิดเป็นอันดับแรกเลยก็คือเรื่ิงของการเริ่มสร้างรากฐานความมั่นคงในอนาคตให้กับตัวเอง ซึ่งแน่นอนว่ามันก็ต้องใช้ระยะที่พอสมควร รวมถึงระหว่างที่เราทำงานไปนั้นเราก็ย่อมมีค่าใช้จ่ายที่โตตามตัวไปด้วย อย่างเช่น การซื้อรถยนต์ การใส่เสื้อผ้าที่ดูดีเรียบร้อยเหมาะกับงาน รวมไปถึงการสร้างภาพลักษณ์ให้ตัวเองดูดีขึ้น ซึ่งการสร้างภาพลักษณ์นี้ก็จำเป็นที่จะต้องอยู่ในขอบเขตเพื่อไม่ให้ตังเองเดือดร้อนด้วย อย่างเช่น การมีบัตรเครดิตหรือ บัตรผ่อนสินค้า สักใบ เพื่อเป็นการการันตีในระดับหนึ่งว่าคุณมีเครดิตที่ดีเกี่ยวกับเรื่องการเงิน ส่วนจะมี บัตรผ่อนสินค้า หรือบัตรเครดิตประเภทใดนั้นก็ขึ้นอยู่กับความสะดวกของแต่ละคน อย่างเช่น อาจจะเป็นบัตรเครดิตที่เป็น บัตรสะสมไมล์ หรือบัตรสะสมแต้ม เป็นต้น
ส่วนเรื่องของ โปรบัตรเครดิต หรือ โปรโมชั่นบัตรเครดิต ต่างๆ นั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าเราเลือกที่จะทำเป็นแบบใด ซึ่งในปัจจุบันโดยส่วนใหญ่แล้วนั้นจะเป็น บัตรเครดิตฟรีค่าธรรมเนียม หรือเป็น บัตรเครดิตไม่มีค่าธรรมเนียม หรือเป็น บัตรสะสมไมล์ ที่เราสามารถเก็บไมล์การเดินทางไว้แลกรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ จากธนาคาร เป็นต้น และการที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินจะอนุมัติ วงเงินบัตรเครดิต หรือวงเงิน บัตรผ่อนสินค้า ให้เราเท่าไหร่นั้นก็ต้องมีการตรวจสอบถึงสภาพคล่องทางการเงินของเราว่าเรามีรายรับเท่าไหร่ มีหนี้สินอะไรบ้าง  และมีความสามารถในการชำระหนี้บัตรเครดิตหรือ บัตรผ่อนสินค้า ในวงเงินเท่าไหร่ให้ละเอียดถี่ถ้วนเสียก่อน ก่อนที่ธนาคารจะอนุมัติ วงเงินบัตรเครดิต ให้กับเรานั่นเอง ฉะนั้นหากเราใช้บัตรเครดิตไม่ดีก็อาจจะก่อปัญหาหนี้สินต่างๆ ตามมาให้เราเดือดร้อนได้แม้ว่าคุณจะเลือกสมัครบัตรเครดิตที่มี โปรบัตรเครดิต หรือ โปรโมชั่นบัตรเครดิต ก็ตาม ดังนั้นในวันนี้เราจึงนำวิธีการใช้บัตรเครดิตที่ถูกต้องมาฝากทุกคนกัน
1.      ใช้บัตรเครดิตหรือ บัตรผ่อนสินค้า เท่าที่สามารถจ่ายคืนได้ในแต่ละเดือน เพราะคุณไม่ต้องไปเสียดอกเบี้ยสักบาทเดียว แต่ถ้าคุณผิดนัดชำระหนี้เมื่อไหร่ล่ะก็ เตรียมตัวเสียดอกเบี้ยอันหฤโหดได้เลย เพราะดอกเบี้ยผิดนัดของบัตรเครดิต บัตรสะสมไหรื บัตรผ่อนสินค้า หรือบัตรอื่นๆ ที่ไว้ผ่อนชำระสินค้านั้นสามารถกำหนดได้มากกว่าดอกเบี้ยทั่วไปซึ่งจะอยู่ที่ร้อยละ 15 ต่อปี ตามที่กฎหมายกำหนด
2.      จ่ายให้ตรงต่อเวลารอบบิล ทั้งนี้เหตุผลก็เป็นเรื่องของดอกเบี้ยดังที่เราได้กล่าวกันไปในข้างต้นนั่นแหละ และที่สำคัญมันจะส่งผลต่อคะแนนเครดิตของเราที่มีต่อธนาคาร อีกทั้งมันยังทำให้มีผลต่อการขอกู้เงินในอนาคตของเราด้วย แม้ว่าคุณจะมี โปรโมชั่นบัตรเครดิต หรือ โปรบัตรเครดิต ที่เป็นช่วงปลอดดอกเบี้ยก็ตาม
3.      อย่ามีบัตรเครดิต หรือ บัตรผ่อนสินค้า  เกินความจำเป็น แม้ว่า โปรบัตรเครดิต หรือ โปรโมชั่นบัตรเครดิต ของเราจะดีเพียงใดก็ตาม เพราะการมีบัตรเครดิตหรือ บัตรผ่อนสินค้า หลายใบนั้นเปรียบเสมือนเรามี วงเงินบัตรเครดิต ที่เพิ่มมากขึ้น แต่ในทางกลับกันนั้นมันก็จะเพิ่มจำนวนหนี้สินให้เราด้วยเช่นกัน เพราะโดนปกติแล้ว วงเงินบัตรเครดิต ที่เราจะได้รับจากธนาคารในแต่ละใบนั้นมันย่อมมากกว่าเงินเดือนหรือรายรับของเราอยู่แล้ว และนั่นมันจะทำให้เราไม่สามารถชำระบิลบัตรเครดิตในอัตราเต็มจำนวนได้ ฉะนั้นทางออกของเราคือต้องชำระขั้นต่ำกับบัตรเครดิต หรือ บัตรผ่อนสินค้า ทุกใบ และแน่นอนว่าสิ่งที่ตามมาก็คือทำให้ดอกเบี้ยเพิ่มพูนไปเรื่อย ๆ จนทำให้เราจมอยู่กับกองหนี้นั่นเอง
4.      บัตรเครดิตหรือ บัตรผ่อนสินค้า นั้นมีไว้เพื่อผ่อนชำระสินค้าเท่านั้น ห้ามนำไปกดเงินสด เพราะการกดเงินสดจะคิดค่าธรรมเนียมทันที 3% จากยอดที่เรากดเงินสดซึ่งต้องบวก VAT 7% จากยอด 3% นั้นด้วย นอกจากนี้การคิดคำนวณดอกเบี้ยนั้นก็จะคิดในอีกแบบหนึ่ง คือรายวันนั่นเอง ฉะนั้นยิ่งเราชำระคืนช้าเท่าไหร่ อัตราดอกเบี้ยที่เราต้องจ่าย ก็จะมีมากขึ้นเท่านั้น ฉะนั้น โปรบัตรเครดิต ทั้งหลายถึงไม่ค่อยมีในเรื่องของกาากดเงินสดสักเท่าไหร่ โดยส่วนใหญ่แล้ว โปรโมชั่นบัตรเครดิต จะเป็นเรื่อง บัตรเครดิตฟรีค่าธรรมเนียม หรือ บัตรเครดิตไม่มีค่าธรรมเนียม นั่นเอง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

มีทริกวิธีเลือก web hosting ดีๆ มาฝากค่ะ

ส่วนตัวเวลาเลือก hosting จะพิจารณา 2 อย่างนี้ ให้มั่นใจระดับหนึ่งค่ะ เพราะไม่ชอบย้าย host เลย วุ่นวาย ถ้าจะเช่า ขอเช่านานๆ เลยดีกว่า 1....