วันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

การทำประกันนั้นคืออะไร แล้วเราจำเป็นที่จะต้องทำไว้ทุกคนไหม



เราจะเห็นได้ว่าในปัจจุบันนั้นเราทุกคนต่างก็ใช้ชีวิตที่เร่งรีบเพื่อให้ตัวเองเดินไปถึงความฝันต่างๆ ตามที่ได้ตั้งเป้าหมาย และแน่นอนว่าในการเดินทางไปให้ถึงเป้าหมายนั้นย่อมมีอุปสรรคขวากหนามอย่างแน่นอน และเมื่อพูดถึงอุปสรรคต่างๆ นั้นเราเชื่อว่าหลายคนอาจจะมองไปในเรื่องที่อยู่นอกตัวเราอย่างมาก แต่สิ่งที่เรากำลังชี้ให้เห็นนั้นไม่ใช่อุปสรรคที่อยู่ไกลตัวเลย แต่เป็นสิ่งที่อยู่ใกล้กับเรามาโดยตลอดตั้งแต่เริ่มเดินล่าหาเป้าหมาย ซึ่งนั้นก็คือ สุขภาพร่างกายของเรานั่นเอง และถ้าหากใครสังเกตนั้นจะเห็นได้ว่ามีผู้คนจำนวนไม่น้อยเลบที่ร่างกายของเขานั้นกลายเป็นปัญหาใหญ่หลังจากที่มีโรคภัยไข้เจ็บหรือมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นกับตัวเขา และแน่นอนว่าเมื่อเราเจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุขึ้นมานั้นย่อมมีความเสียหายต่างๆ ตามมาโดยเฉพาะเรื่องของค่าใช้จ่ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาล ค่าซ่อมแซมรถยนต์หากเกิดอุบัติเหตุ ฉะนั้นหลายๆ คนจึงเลือกที่จะทำ ประกันภัย ไว้เพื่อป้องกันความเสียหายต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องของเงินทอง
และการที่เราทำประกันภัยนั้นก็เป็นการบริหารความเสี่ยงภัยอีกวิธีหนึ่ง โดยที่เราจะเรียกผู้ทำประกันภัยว่า ผู้เอาประกันภัย และเมื่อเราทำประกันภัยนั้นจะเป็นการโอนความเสี่ยงภัยของผู้เอาประกันภัยไปสู่บริษัทประกันภัย ฉะนั้นเมื่อเกิดความเสียหายขึ้นมา บริษัทประกันภัยจะชดใช้ค่าเสียหายและค่าสินไหมทดแทนต่างๆ ให้แก่ผู้เอาประกันภัยตามที่ได้ตกลงกันไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย แต่ทว่าที่ผู้เอาประกันภัยนั้นจะต้องเสียเบี้ยประกันภัยให้แก่บริษัทประกันภัยตามที่ได้ตกลงกันไว้ด้วยเช่นกัน ซึ่งการจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยนั้นเมื่อคำนวณถึงความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้นั้นก็ถือว่าจ่ายในจำนวนที่เล็กน้อย ฉะนั้นเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เราต้องเสียเงินเยอะในกรณีที่เกิดความเสียหายขึ้นจริงๆ กาาทำประกันภัยก็ถือเป็นการป้องกันเงินในกระเป๋าของเรา อีกทั้งการ ประกันภัย นั้นก็ไม่ได้เป็นการทำให้ความเสี่ยงหรืออุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้นั้นหายไป แต่การประกันภัยจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้านการเงินของเรา
และเมื่อเรารู้แล้วว่าการทำประกันภัยนั้นคืออะไร ต่อมาเราก็จะมาบอกถึงรูปแบบหรือประเภทของการทำประกันภัยกันว่ามันมีกี่รูปแบบ และประกันภัยที่เราได้ทำเอาไว้นั้นมันจัดอยู่ในรูปแบบของการประกันภัยในแบบใด และการทำประกันภัยนั้นก็มีอยู่ด้วยกัน 2 รูปแบบ ซึ่งนั่นก็คือ
1.      การประกันชีวิต (Life Insurance)
2.      การประกันวินาศภัย (Non-Life Insurance)
ซึ่งการประกันวินาศภัยนั้นยังสามารถแบ่งได้เป็ยอีก 4 รูปแบบ คือ
-         การประกันอัคคีภัย (Fire Insurance)
-         การประกันภัยรถยนต์ (Motor Insurance)
-         การประกันภัยทางทะเล (Marine Insurance)
-         การประกันเบ็ดเตล็ด (Miscellaneous/Casualty Insurance)
และเมื่อกล่าวมาถึงรูปแบบต่างๆ ของการประกันภัยนั้น หลายๆ คนก็อาจจะสงสัยว่าแล้วทำไมประกันภัยท่่ตัวเองได้ทำไว้ถึงไม่มีอยู่ในรูปแบบต่างๆ ที่เราได้กล่าวไปเลย ซึ่งเราขอบอกก่อนเลยว่าในรูปแบบของการประภัยนั้นจะมีอยู่ตามที่เราได้กล่าวไปนั่นแหละ เพียงแต่ว่าประกันภัยอื่นๆ ที่มีชื่อเรียกไม่ตรงกับรูปแบบของการประกันภัยตามที่เราได้กล่าวไปนั้นก็จะอยู่ในรูปแบบของการประกันเบ็ดเตล็ด
 ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหากใครก็ตามที่เคยซื้อตั๋วเครื่องบินนั้น ในระหว่างที่เรากำลังกรอกรายละเอียดต่างๆ เราก็จะเห็นได้ว่า มีการถามเราทุกครั้งเลยว่าต้องการซื้อแพ็คเกจ ประกันการเดินทาง ด้วยไหม หรือถ้าหากเราต้องเดินทางไปต่างประเทศนั้น หากประเทศใดต้องมีการขอวีซ่า อีกทั้งยังต้องการให้เรายื่นเอกสารเกี่ยวกับการทำประกันภัยไว้ด้วยนั้น เราก็จำเป็นที่จะต้องทำประกันการเดินทางด้วยนั่นเอง
ฉะนั้นเราจะเห็นได้ว่าประกันภัยในเรื่องของการเดินทางนั้นไม่มีอยู่ในรูปแบบของประกันภัยที่เราได้กล่าวไป แต่ทว่าจริงๆ แล้วการทำ ประกันการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปต่างประเทศหรือเดินทางอยู่ภายในประเทศนั้น มันจะอยู่ในหมวดหมู่ของการทำประกันวินาศภัยในประเภทของประกันเบ็ดเตล็ด(Miscellaneous/Casualty Insurance) นั่นเอง และเมื่อเราเรากล่าวมาถึงตรงนี้เราก็หวังว่าทุกคนจะเข้าใจในความหมายของการทำประกันภัยรวมถึงรูปแบบของประกันภัยกันมากขึ้นกว่าเดิมด้วยรวมถึง



ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น

มีทริกวิธีเลือก web hosting ดีๆ มาฝากค่ะ

ส่วนตัวเวลาเลือก hosting จะพิจารณา 2 อย่างนี้ ให้มั่นใจระดับหนึ่งค่ะ เพราะไม่ชอบย้าย host เลย วุ่นวาย ถ้าจะเช่า ขอเช่านานๆ เลยดีกว่า 1....